ยิ่งกำไร ยิ่งมีความสุข จริงหรือ?

9767

ใครเคยมีอาการแบบนี้บ้างครับ

“เวลาถูกหวย กำไร เราดีใจ แต่พอผิด ขาดทุน เราเสียใจ”

เวลาผ่านไปไม่นาน เราก็กลับมาอยู่ตรงกลาง ไม่ดีใจไม่เสียใจ

ไม่ได้บ้านะครับ แต่ในทางจิตวิทยา อธิบายว่า มนุษย์เรามี “Happiness Set Point” เหมือนเป็นเส้นวัดระดับความสุข ซึ่งแต่ละคนสุขมากหรือสุขน้อยไม่เท่ากัน

เรื่องแปลกแต่จริง คือ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เช่น ถูกล็อตเตอรี่ ได้หุ้นเด้ง เงินเดือนขึ้น น้ำท่วม ไฟไหม้ รถชน แฟนทิ้ง เราจะทุกข์หรือสุขมากเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระดับความสุขของเราจะกลับไปอยู่ที่เดิม คือ ที่จุด Set Point นั่นเอง

เพราะฉะนั้น ปีนี้ตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวนมาก ไหนจะเรื่องเศรษฐกิจที่ดูไม่ค่อยดี ไหนจะเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไหนจะสงครามการค้า ทำให้บางวันเรากำไรอยู่ดีๆ อีกวันขาดทุนซะละ แต่เชื่อมั้ยครับว่าพอเวลาผ่านไป ความสุขของเราก็กลับมาที่เดิมอีก แล้วก็วนไปวนมาอยู่แบบนี้

เพราะฉะนั้น วิธีเพิ่มความสุขแบบง่ายๆ เราก็ต้องยกระดับ Happiness Set Point ขึ้นมา

มีงานวิจัยบอกว่าวิธีการที่จะทำแบบนั้นได้คือ การนั่งสมาธิ” เพราะวิธีนี้จะไปพัฒนาสมองส่วนที่เรียกว่า Prefrontal Cortex ซึ่งเป็นสมองที่รับรู้ความรู้สุขและทุกข์

บางคนบอกว่า ยากเกินไป เป็นคนไม่ค่อยมีสมาธิ ฟุ้งซ่าน นั่งไป 5 นาที ก็ไม่ไหวแล้ว

ถ้าเป็นแบบนี้ ต้องลองอีกวิธีคือ เลือกวิธีการใช้เงินให้ถูกต้อง”

ผลจากการวิจัยบอกว่า การที่เรามีเงินเพิ่มขึ้น มันก็ไม่ได้แปลว่าจะเอาไปซื้อให้มีความสุขได้มากขึ้น มันขึ้นอยู่กับว่าเราเอาไปซื้ออะไรมากกว่า ถ้าเราเอาไปซื้อสิ่งของ เครื่องประดับ เสื้อผ้า แหวนเพชร เราอาจจะมีความสุขน้อยกว่า เราเอาไปบริจาค ไปทริปกับครอบครัว

เหตุผลเพราะการซื้อของอย่างหลังเป็นความสุขที่เกิดจากการได้ทำเพื่อคนอื่น เกิดจากความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นในใจ เป็นประสบการณ์เฉพาะตัวที่ไม่เกี่ยวกับเงินมากหรือน้อย วิธีนี้คือ การเพิ่มความสุขด้วยความรู้สึกที่เกิดจากการทำเพื่อคนอื่นที่เรารู้สึกดีด้วย

โดยสรุปแล้ว ข้อแนะนำในยามที่ตลาดหุ้นผันผวน แต่เรายังสามารถมีความสุขได้ นั่นก็คือ

การนั่งสมาธิ เพื่อยกระดับ Happiness Set Point หรือ การใช้เงินให้เหมาะสมเพื่อคนที่เรารัก

โดยอย่าไปหมกมุ่นครุ่นคิดถึงกำไรหรือขาดทุนในการลงทุนจนเกินไป

ผมเชื่อว่าคุณจะพบกับคำว่า “ความสุข”